top of page
ค้นหา

เกาให้สุดแล้วหยุดที่อักเสบ: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความฟินของอาการคัน

  • รูปภาพนักเขียน: Phytoactive Laboratory
    Phytoactive Laboratory
  • 13 พ.ค.
  • ยาว 1 นาที

ลองนึกภาพวินาทีที่ปลายนิ้วของคุณสัมผัสลงบนผิวหนังส่วนที่คันยิบ ๆ แล้วลงแรงครูดลงไปอย่างพอดิบพอดี ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเกือบจะเรียกได้ว่าเป็น "ความสุขสม" (Euphoria) ในรูปแบบหนึ่ง หลายคนถึงกับอุทานว่า "สวรรค์!" เมื่อได้เกาในจุดที่คันมานาน แต่เคยสงสัยไหมว่าเหตุใดร่างกายของเราถึงออกแบบมาให้การทำร้ายตัวเองเบา ๆ อย่างการเกา กลายเป็นกิจกรรมที่ให้ความรู้สึกพึงพอใจอย่างมหาศาล และทำไมในหลาย ๆ ครั้ง เราถึงไม่สามารถหยุดเกาได้จนกว่าเลือดจะซิบ


ทำไมยิ่งเกายิ่งคัน

ในเชิงสรีรวิทยา อาการคันหรือ Pruritus คือสัญญาณเตือนภัยรูปแบบหนึ่งที่วิวัฒนาการขึ้นเพื่อป้องกันร่างกายจากสิ่งแปลกปลอมภายนอก เช่น แมลง สารพิษ หรือพืชที่มีพิษ เมื่อผิวหนังถูกกระตุ้น เส้นใยประสาทเฉพาะทางที่เรียกว่า C-fibers ซึ่งมีความไวต่ออาการคันจะส่งสัญญาณไฟฟ้าพุ่งตรงไปยังไขสันหลังและต่อไปยังสมองส่วน Somatosensory Cortex เพื่อบอกให้เราทราบว่า "มีบางอย่างผิดปกติที่จุดนี้" และกระตุ้นสัญชาตญาณการตอบสนองพื้นฐานนั่นคือการ "เกา" เพื่อกำจัดต้นเหตุนั้นออกไป


ความน่าสนใจเริ่มต้นขึ้นเมื่อเราลงมือเกา การใช้เล็บครูดไปบนผิวหนังจะสร้างความเจ็บปวดระดับต่ำ (Low-level pain) ซึ่งสัญญาณความเจ็บนี้จะเดินทางไปที่สมองผ่านช่องทางเดียวกับสัญญาณคัน แต่มีความเข้มข้นกว่า สมองจะถูกเบี่ยงเบนความสนใจจากอาการคันไปที่ความเจ็บปวดแทน และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อความเจ็บปวดนั้น สมองจะหลั่งสารสื่อประสาทกลุ่มโมโนอะมีนที่เรียกว่า Serotonin ออกมา สารนี้เองที่เป็นตัวการสร้างความรู้สึกพึงพอใจและผ่อนคลาย ทำให้เราเลือกที่จะเกาต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อรักษาความฟินนั้นไว้


อย่างไรก็ตาม กระบวนการนี้คือจุดเริ่มต้นของ Itch-Scratch Cycle หรือวงจรนรกของการเกา เมื่อ Serotonin ถูกหลั่งออกมาเพื่อระงับความเจ็บจากการเกา สารนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เรามีความสุข แต่มันยังมีคุณสมบัติในการไปกระตุ้นตัวรับสัญญาณคันที่ไขสันหลังผ่านทางตัวรับ 5-HT1A receptors ซึ่งอยู่ใกล้กับเซลล์ประสาท GRP (Gastrin-Releasing Peptide) ที่ทำหน้าที่ส่งต่อสัญญาณคันโดยเฉพาะ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือ ยิ่งสมองหลั่ง Serotonin ออกมาเพื่อแก้เจ็บเท่าไหร่ มันกลับไปกระตุ้นให้สัญญาณ "คัน" ทวีความรุนแรงขึ้นในระดับเซลล์มากขึ้นเท่านั้น


ในขณะเดียวกัน การเกาอย่างต่อเนื่องจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงสร้างผิวหนังชั้นบนสุด หรือ Stratum Corneum การเสียดสีจะทำให้เกราะป้องกันผิว (Skin Barrier) ถูกทำลาย เปิดโอกาสให้สารก่อภูมิแพ้และแบคทีเรียเข้าสู่ชั้นผิวได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้ เซลล์ผิวหนังที่ได้รับบาดเจ็บจะปลดปล่อยสารสื่ออักเสบ เช่น Cytokines และ Histamine ออกมาเป็นจำนวนมาก สารเหล่านี้จะเข้าไปจับกับตัวรับบนปลายประสาทอิสระ ยิ่งตอกย้ำให้บริเวณนั้นเกิดอาการอักเสบและคันคะเยอหนักกว่าเดิมหลายเท่าตัว

หากพิจารณาในระดับอณูชีววิทยา การคันยังเกี่ยวข้องกับตัวรับประเภท Protease-Activated Receptors (PAR2) ซึ่งพบมากในผู้ป่วยโรคผิวหนังอักเสบเรื้อรัง เมื่อเราเกาจนผิวอักเสบ เอนไซม์จากระบบภูมิคุ้มกันจะไปกระตุ้น PAR2 ทำให้เกิดกระแสประสาทส่งสัญญาณคันอย่างไม่รูจบ แม้ว่าสิ่งเร้าภายนอกจะหายไปแล้วก็ตาม นี่คือเหตุผลว่าทำไมอาการคันจากผิวแห้งหรือผิวอักเสบจึงมีความรุนแรงและควบคุมได้ยากกว่าการถูกมดกัดทั่วไป


การศึกษาผ่านการสร้างภาพสมอง (Functional MRI) แสดงให้เห็นว่าขณะที่เราเกา สมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับการให้รางวัลและความพึงพอใจอย่าง Ventral Striatum และ Reward Circuit จะทำงานอย่างคึกคักคล้ายกับการตอบสนองต่อสารเสพติด ความฟินจากการเกาจึงเป็นดาบสองคมที่สมองสร้างขึ้น เพราะมันหลอกล่อให้เราทำลายผิวหนังของตัวเองต่อไปเพื่อแลกกับความพึงพอใจชั่วคราว ซึ่งในระยะยาวอาจนำไปสู่ภาวะผิวหนังหนาตัวและคล้ำจากการเกาเรื้อรัง (Lichen Simplex Chronicus)


ท้ายที่สุด การทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์เบื้องหลังความฟินนี้ ช่วยให้เราตระหนักว่าการแก้ปัญหาอาการคันด้วยการเกาไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว การใช้ยาในกลุ่มต้านฮิสตามีน การประคบเย็นเพื่อลดอุณหภูมิผิว หรือการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ทำให้รู้สึกเย็นจะช่วย "หลอก" เส้นประสาทด้วยความเย็นแทนความเจ็บปวดจากการเกา จึงเป็นแนวทางที่ถูกต้องตามหลักวิชาการมากกว่า เพื่อหยุดยั้งวงจรนรกก่อนที่ผิวหนังจะเสียหายเกินเยียวยา ผลิตภัณฑ์ดีๆเช่น KAYU cream จะหยุดแค่การบรรเทาอาการคันเฉพาะหน้า แต่ยังช่วยปรับสภาพผิวในอนาคตเพื่อฟื้นฟูเกราะป้องกันผิวในระยะยาวอีกด้วยครับ

อ้างอิง (References):


National Institutes of Health (NIH): The Itch-Scratch Cycle: A Review of Mechanisms. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC4119434/

ScienceDaily: Why scratching an itch feels so good. https://www.sciencedaily.com/rel.../2013/01/130130184428.htm

Nature Neuroscience: Molecular and cellular mechanisms of itch and pain. https://www.nature.com/articles/nn.3829

Scientific American: Why Scratching an Itch Is So Satisfying. https://www.scientificamerican.com/.../why-scratching-an...

 
 
 

ความคิดเห็น


Phytoactive Laboratory

©2018 by Phytoactive Laboratory Co., Ltd.

Bangkok, Thailand. Contact us: contact@kp-clear.com

Address (Warehouse 1) 37/39-40 Moo 1, Tumbol Nikom, Amphoe Satuek Buri Ram

bottom of page